นายกฯ ห่วงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สั่งผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับมาตรการลดผลกระทบ ป้องกันสุขภาพประชาชน
จากสถานการณ์มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับ “สุขภาพของประชาชน” ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดับไฟป่า นำอากาศยานและโดรน มาใช้ในพื้นที่เสี่ยง รณรงค์เชิงรุกในชุมชนเพื่อลดการเผา แจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ในระดับระหว่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในภูมิภาคแม่โขง และช่องทาง “Hotline Clear Sky” เพื่อเร่งลดจุดความร้อนและบรรเทาผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน อีกทั้ง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ระดมเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำ และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สนับสนุนการปฏิบัติงาน และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ระดมสรรพกำลังเครื่องจักรกลและทีมเผชิญเหตุสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ บูรณาการแก้ไขปัญหา ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 และส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 อีก 1 ลำ เพื่อเสริมปฏิบัติการทางอากาศจังหวัดเชียงใหม่และทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่เขาสูงชันและป่าลึกที่ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินเข้าถึงยาก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพิ่มเครื่องบินเป็น 4 ลำ ประจำการ ณ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ เตรียมปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และป้องกันสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเฝ้าระวังสุขภาพ งดกิจกรรมกลางแจ้ง งดการเผาทุกชนิด สวมหน้ากากอนามัย หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนชรา ให้รีบพบแพทย์ทันที