ไฟมาป่าหมด... บทเรียนราคาแพงจากความเห็นแก่ตัวของมนุษย์
สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้สร้างรอยแผลและความเสียหายอย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศเกินกว่าจะประเมินค่าได้ เมื่อเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ไม่เพียงแต่ผืนป่าที่เคยเขียวขจีจะถูกเผาผลาญ จนเหลือเพียงเถ้าถ่าน แต่ยังรวมถึงสัตว์ป่าจำนวนมากที่ต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยหรือล้มตายลงในกองเพลิงอย่างน่าสลดใจ นอกจากนี้มลพิษจากกลุ่มควันยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของมนุษย์ ก่อให้เกิดวิกฤตฝุ่นละอองที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานหลายสิบปีกว่าที่ธรรมชาติจะกลับมาฟื้นฟูให้สมบูรณ์ดังเดิม
ซึ่งการปฏิบัติงานล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 War Room อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ได้รับแจ้งเหตุจากผู้นำชุมชนว่าพบกลุ่มควันไฟบริเวณป่าด้านทิศตะวันออก ท้องที่บ้านคลองไทร หมู่ที่ 7 ตำบลนายางกลัก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จำนวน 12 นาย ได้ผนึกกำลังร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในตำบลนายางกลักอีก 12 นาย รวมกำลังทั้งหมด 22 นาย รุดเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดและเสี่ยงอันตรายจากเปลวเพลิงที่ลุกลาม โดยสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 10.22 น. และใช้ความพยายามอย่างหนักจนควบคุมเพลิงให้ดับสนิทลงได้ในเวลา 11.37 น. จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้เสียหายไปประมาณ 25 ไร่
จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น คาดว่าสาเหตุของการเกิดไฟป่าในครั้งนี้มาจากการเข้าไป "หาของป่า" ซึ่งเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ที่สร้างความสูญเสียให้แก่ส่วนรวม เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตน ทั้งนี้ การลักลอบเผาป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปี และปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอความร่วมมือประชาชน ให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาและตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำซากจากน้ำมือมนุษย์
และหากพบเห็นเหตุไฟป่า โปรดแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา : อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ