พลังงานย้ำ “สงครามยังไม่แน่นอน” ดันราคาน้ำมันผันผวนสูง แจงไทยยังถูกกว่าเพื่อนบ้าน แม้ปรับดีเซลแตะ 39 บาท/ลิตร
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน แม้จะมีความพยายามยื่นข้อเสนอเพื่อเจรจา แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีท่าทีและการสื่อสารที่ไม่สอดคล้องกัน ส่งผลให้ภาพรวมสถานการณ์ยังเปราะบาง และกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับสูง
สำหรับประเทศไทย รัฐบาลยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคา แม้ว่าจะมีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นรวม 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 39 บาทต่อลิตร โดยหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน พบว่าไทยยังมีราคาต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น มาเลเซียอยู่ที่ประมาณ 45.50 บาทต่อลิตร เวียดนาม 47 บาท กัมพูชา 57 บาท ลาว 64 บาท ฟิลิปปินส์ 66 บาท และสิงคโปร์สูงสุดราว 100 บาทต่อลิตร ขณะที่มีเพียงอินโดนีเซียและบรูไนที่ราคาต่ำกว่าไทย
อย่างไรก็ตาม สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงตึงตัว โดยก่อนการปรับราคา กองทุนได้อุดหนุนน้ำมันดีเซลในอัตรา 19 บาทต่อลิตร และมีเงินไหลออกเฉลี่ยวันละประมาณ 1,700 ล้านบาท ปัจจุบันกองทุนติดลบอยู่ที่ประมาณ 38,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องทยอยปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น เพื่อลดภาระทางการคลัง รวมถึงลดแรงจูงใจในการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมันจากความแตกต่างของราคากับประเทศเพื่อนบ้าน
ในด้านการกำกับดูแล รัฐบาลได้ประสานหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อตรวจสอบและป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน โดยเฉพาะการกักตุนสินค้า
ขณะที่สถานการณ์ด้านปริมาณน้ำมันยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยโรงกลั่นในประเทศเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต มีกำลังการกลั่นน้ำมันดีเซลประมาณ 78 ล้านลิตรต่อวัน และมีการนำน้ำมันจากคลังสำรองเข้ามาเสริมอีกประมาณ 10 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ปริมาณจ่ายจริงในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 85 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าความต้องการใช้น้ำมันเฉลี่ยในภาวะปกติที่อยู่ราว 67 ล้านลิตรต่อวัน
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้กำชับให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เพิ่มการกระจายผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงผู้ค้ารายย่อย (จ๊อบเบอร์) ซึ่งขณะนี้เริ่มกลับมาใกล้เคียงระดับปกติแล้ว ส่งผลให้ภาพรวมการจัดหาน้ำมันมีเสถียรภาพ และเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน