อนุทิน สั่งปรับปรุงกฎหมายต้านทุจริตคอร์รัปชัน ต้องเห็นผลสัมฤทธิ์สูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาพลักษณ์ประเทศ

อนุทิน สั่งปรับปรุงกฎหมายต้านทุจริตคอร์รัปชัน ต้องเห็นผลสัมฤทธิ์สูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาพลักษณ์ประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568ประเทศไทยได้ 33 คะแนน และอยู่ในลำดับที่ 116 ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1 คะแนน ถือว่าอยู่ในคะแนนที่ค่อนข้างต่ำอาจตีความได้ว่าเป็นประเทศที่มีการทุจริตสูงและมีความโปร่งใสต่ำ จึงได้สั่งการให้นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เร่งปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอน ระเบียบ รวมทั้งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้การปฏิรูปรวมถึงเรื่องของระบบอนุมัติ อนุญาต เป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนนักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่าง ๆ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยจะต้องเร่งทำให้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งจะเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความน่าเชื่อถือและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ยืนยันว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการทำงานต่าง ๆ รวมถึงการยกระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ผ่านแนวคิด One Stop Service โดยจะต้องผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar